ReadyPlanet.com
dot
dot
Scripture Union/คริสตธรรมสัมพันธ์
dot
bulletวิสัยทัศน์/Vision
bulletประวัติความเป็นมา/History
bulletคณะกรรมการ/Council
dot
คู่มือเฝ้าเดี่ยว/Daily Devotion
dot
bulletกองบรรณาธิการ
bulletบทบรรณาธิการ
bulletบทนำ / Way In
bulletอ่านพลังประจำวัน-ธันวาคม
bulletอ่านพลังประจำวัน-พฤศจิกายน
bulletอ่านพลังประจำวัน-ตุลาคม
bulletอ่านพลังประจำวัน-กันยายน
bulletอ่านพลังประจำวัน-สิงหาคม
bulletอ่านพลังประจำวัน-กรกฎาคม
bulletอ่านพลังประจำวัน-มิถุนายน
bulletอ่านพลังประจำวัน-พฤษภาคม
bulletอ่านพลังประจำวัน-เมษายน
bulletอ่านพลังประจำวัน-มีนาคม
bulletอ่านพลังประจำวัน-กุมภาพันธ์
bulletอ่านพลังประจำวัน-มกราคม
bulletอ่านสดุดี
bulletDaily Bread (English)
bulletDaily Bread (Chinese)
bulletอ่านพระคัมภีร์ใน ๑ ปี
bulletข้อพระธรรมหนุนใจในโอกาสต่างๆ
bulletNewsletter SU Thailand
bulletพระสัญญา/Bible Promises
dot
อธิษฐาน/Prayer
dot
bulletสัปดาห์อธิษฐาน/Week of Prayer
bulletอธิษฐาน/Prayer Directory
dot
วรรณกรรมคริสเตียน/Literature
dot
bulletวรรณกรรมเด็ก/For Kids
bulletวรรณกรรมทั่วไป/General
bulletสารานุกรมพระคัมภีร์ / Encyclopedia
dot
รวีวารศึกษา/Sunday School
dot
bulletบทเรียนรวีฯ/Lessons
dot
ฝึกอบรม-ค่าย/Training & Camps
dot
bulletBig Bible Challenge Workshop
bulletสัมมนา-ฝึกอบรม/Training
bulletค่ายวันหยุด / Holiday Camps
dot
อาสาสมัคร/Volunteer & Support Us
dot
bulletอาสาสมัคร / Volunteer
bulletสนันสนุนเรา/Support Us
dot
อัลบัมรูป/Album
dot
bulletสมัครสมาชิกพลังประจำวัน
bulletกิจกรรม/Activities
dot
Useful Links - เว็ปอื่นๆ
dot
bulletSU-International
bulletThailand Bible Society
bulletIBS-STL
bulletThe Upper Room
dot
Newsletter

dot
bulletRBC Ministries
bulletWeb คริสเตียนและอื่นๆ




บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ พลังประจำวันฉบับที่ 175 (กันยายน-ธันวาคม) 2017

พลังประจำวันฉบับนี้ยังอยู่ในปีที่สองของรอบใหม่ในการอ่านพระคัมภีร์อย่างเป็นระบบที่เราจะสามารถอ่านพระคัมภีร์หมดเล่มได้อย่างเข้าใจภายใน 4-5 ปี เราได้อ่านปฐมกาลจบไปแล้ว เชื่อว่าเราได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตที่สำคัญว่า สถานการณ์ในชีวิตไม่สำคัญเท่ากับการตอบสนองของคุณต่อสถานการณ์เหล่านั้น และพระเจ้าทรงทำให้ทุกสถานการณ์เกิดผลดีได้ แม้คนอื่นจะจงใจให้เกิดผลร้าย  สำหรับพันธสัญญาเดิม เรามาต่อด้วยพระธรรมอพยพ ซึ่งเราจะเห็นการปลดปล่อยอิสราเอลออกจากอียิปต์และการอัศจรรย์มากมาย 1 ซามูเอล  และอิสยาห์  ส่วนจากพันธสัญญาใหม่ เราจะเริ่มต้นอ่านพระธรรมโรมอีกครั้ง ดูกลยุทธของเปาโลในการนำเสนอข่าวประเสริฐ ทำให้เรารู้ด้วยว่า คริสตจักรในโรมส่วนใหญ่เป็นชาวยิวแต่ก็มีชาวต่างชาติจำนวนไม่นิอย  และอ่านกิจการต่อจากฉบับก่อน ที่เราจะเห็นความกล้าหาญอดทนของผู้ประกาศและคริสตจักรยุคแรก การเดินทางผจญภัยของเปาโลเพื่อประกาศข่าวประเสริฐ

ปี 2017 นี้เป็นปีพิเศษที่ “คริสตธรรมสัมพันธ์” ในชื่อภาษาอังกฤษว่า “Scripture Union”  ได้ทำพันธกิจกับเด็ก เยาวชนและครอบครัวในประเทศต่างๆ  ส่งเสริมให้ทุกคนให้ติดสนิทกับพระเจ้าทุกวันผ่านการอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ ฯลฯ  มาครบรอบ 150 ปี สำหรับประเทศไทย  คู่มืออ่านพระคัมภีร์ประจำวันของคริสตธรรมสัมพันธ์เล่มแรกใช้ชื่อ “คู่มือคริสตธรรมสัมพันธ์ ในปี 1964 และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “พลังประจำวัน” ตั้งแต่ปี 1974 เป็นต้นมา  ขอเชิญชวนพี่น้องให้มีส่วนในการอธิษฐานเผื่อและให้การสนับสนุนตามของประทานและการทรงเรียก

ขอขอบคุณผู้อ่านทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่มีการตอบสนองมาทั้งทางอีเมล์และทางไลน์  หากท่านใคร่มีส่วนในการเขียนหรือแปลเพื่อแบ่งปันพระพร ความเชื่อและความเข้าใจ ผู้จัดทำพลังประจำวันยินดีที่จะติดต่อกับท่านในรายละเอียด (E-mail: ScriptureUnionThailand@gmail.com)

ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรท่านผู้อ่านพลังประจำวันทุกท่านและครอบครัว ให้เติบโตขึ้นในพระคุณและความรัก และโดยเฉพาะในเทศกาลคริสตมาสและปีใหม่นี้ เราจะแสดงออกถึงความเชื่อของเราในการกระทำ และแบ่งปัน พระพร ความรัก และพระวจนะของพระเจ้าออกไปยังคนรอบข้างที่มีความต้องการ

“และพระเจ้าสามารถประทานพระพรทุกอย่างแก่ท่านทั้งหลายอย่างเหลือล้น เพื่อว่าเมื่อมีทุกอย่างเพียงพออยู่เสมอ ท่านยังจะมีเหลือสำหรับการดีทุกอย่างด้วย” (2 โครินธ์ 9:8)

 

Merry Christmas 2017  &  Happy New Year 2018

 

 

บทบรรณาธิการ พลังประจำวันฉบับที่ 174 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2017

พระธรรมมาระโกที่เราได้อ่านจบในเทศกาลอีสเตอร์ที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นถึงธรรมชาติของมนุษย์และแผนการที่ไม่เปลี่ยนแปลงของพระเจ้า พระสัญญาของพระองค์ได้สำเร็จและชีวิตของคนเป็นจำนวนมากได้เปลี่ยนแปลง ในฉบับนี้ เราจะอ่านปฐมกาลตอนท้าย กิจการ และอิสยาห์ ฯลฯ เราจะเห็นถึง "การให้พร" ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ หัวหน้าครอบครัวที่สูงวัยเช่นยาโคบอวยพรลูกๆ ของเขาก่อนตาย (ปฐมกาล 48-50) ยังมีอีกเช่นคนอย่างโยเซฟที่พระเจ้าทรงใช้ ไม่ว่าตนเองจะผ่านความทุกข์ยากมาเพียงใด กลับเป็นพรแก่คนทั้งชาติ (ปฐมกาล 37-46) "บรร‌ดา​เผ่า‍พันธุ์​ทั่ว‍โลก​จะ​ได้​พร​เพราะ​เจ้า” เป็นพันธสัญญาของพระเจ้าต่ออิสราเอล จากการอ่านอิสยาห์เราเห็นว่าอิสราเอลไม่ได้มุ่งประเด็นสู่ภายนอก แต่ในพระธรรมกิจการ เรากลับเห็นการนำพระพรสู่ภายนอกเป็นครั้งแรก โดยเปโตรและโครเนลิอัสได้ทำให้ข่าวประเสริฐขยายข้ามเขตแดนชาวยิวไปยังคนต่างชาติเป็นจริง อันที่จริงแล้ว ไม่มีใครอยู่นอกขอบเขตพระพรของพระเจ้า ทุกคนมีส่วนในพระพรนั้นและมีหน้าที่แบ่งปันและเป็นท่อพระพรต่อไป
 
ตลอดปี 2017 นี้ คริสตธรรมสัมพันธ์ (Scripture Union) มีการฉลองครบรอบ 150 ปี ในการทำพันธกิจกับเด็กและครอบครัวในประเทศต่างๆ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ Scripture Union สากล ที่ได้นำพระพรไปสู่ทุกมุมโลก ผ่านวรรณกรรมสำหรับทุกวัย บทเฝ้าเดี่ยวและศึกษาพระคัมภีร์ และค่ายสำหรับเด็กและเยาวชน ฯลฯ ขอพระเจ้าทรงนำพันธกิจที่สำคัญนี้ต่อไปให้เกิดผลมากมาย
 
"ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก... จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง... เพื่อว่าเมื่อเขาทั้งหลายได้เห็นความดีที่ท่านทำ จะได้สรรเสริญพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์" (มัทธิว 5:14-16)

 

 

 

บทบรรณาธิการ พลังประจำวันฉบับที่ 173 (มกราคม-เมษายน 2017)

 ขอสวัสดีปีใหม่กับท่านผู้อ่านพลังประจำวันทุกท่าน ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งสันติสุข ดังในพระธรรมยอห์น 4:27 “เรามอบสันติสุขไว้กับพวกท่าน สันติสุขของเราที่ให้กับท่านนั้น เราไม่ได้ให้อย่างที่โลกให้ อย่าให้ใจของท่านเป็นทุกข์ อย่ากลัวเลย”

แม้ว่าขณะนี้ พวกเราประชาชนชาวไทยยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ อาลัยในการเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี พวกเราต่างได้เห็นถึงความรัก การเสียสละ การทุ่มเททำงานหนัก ทรงสร้างสรรค์และกระทำสิ่งที่ดีๆ และคุณประโยชน์มากมาย เพื่อประชากรของพระองค์ พวกเราประชาชนก็ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และได้ตอบสนองด้วยการปฏิญาณ “ทำความดีเพื่อพ่อ” และอื่นๆ


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราแต่ละคนจะเผชิญกับอะไรในปีใหม่นี้ ขอหนุนใจด้วยการอธิษฐานและพระวจนะของพระเจ้าใน โรม 12
:2 “อย่าลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจะเปลี่ยนแปลงใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม”


ในฉบับนี้ เราขอบพระคุณพระเจ้า ที่ท่านจะได้พบผู้เขียนคนไทยอีกหนึ่งท่านคือ คุณหมอปรีดา โมทนาพระคุณ ซึ่งท่านจะแบ่งปันกับเราในพระธรรม 1 ทิโมธี  เราจะอ่านจากพระธรรมมาระโกในช่วงอีสเตอร์ และเราก็ยังอยู่ในแผนการอ่านพระคัมภีร์ให้หมดเล่มใน 4-5 ปี ขอพระเจ้าประทานสติปัญญาที่เราจะเข้าใจและสำแดงถึงพระวจนะในการกระทำและถวายเกียรติแด่พระเจ้าในที่สูงสุด

 

Happy New Year & Happy Easter 2017

 

 


บทบรรณาธิการ พลังประจำวันฉบับที่ 172 (กันยายน-ธันวาคม)


พลังประจำวันฉบับนี้ยังอยู่ในปีแรกของของรอบใหม่ในการอ่านพระคัมภีร์อย่างเป็นระบบที่เราจะสามารถอ่านพระคัมภีร์หมดเล่มได้อย่างเข้าใจภายใน 4-5 ปี เราจะยังอ่านปฐมกาลต่อจากเล่มที่แล้ว ในพันธสัญญาเดิม เราจะอ่านนางรูธ ฮาบากุกและโอบาดีห์ และเราจะอ่านจากพันธสัญญาใหม่ ในพระธรรมฟีลิปปีทั้งเล่ม และบทเริ่มต้นของกิจการ มัทธิว มาระโก โรมและฮีบรู

ตามแผนการอ่านพลังประจำวันของคริสตธรรมสัมพันธ์ประเทศไทยในปีนี้ ได้ตั้งใจว่าเนื้อหา 10-30% จะเขียนโดยผู้เชื่อและผู้รับใช้ท้องถิ่นในความเข้าใจและประยุกต์เข้ากับบรรยากาศและวัฒนธรรมไทย ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับผู้ปกครองเกรียงศักดิ์ บุญเสริมสุวงศ์ ที่ได้เขียนจากพระธรรมโรมอย่างต่อเนื่อง และศาสนาจารย์สมพร ศิริกลการ ที่ได้เขียนพระธรรมฟีลิปปีทั้งเล่มลงในฉบับนี้  ขอขอบคุณผู้อ่านทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่มีการตอบสนองมาทั้งทางอีเมล์และทางไลน์  หากท่านใคร่มีส่วนในการเขียนหรือแปลเพื่อแบ่งปันพระพร ความเชื่อและความเข้าใจ ผู้จัดทำพลังประจำวันยินดีที่จะติดต่อกับท่านในรายละเอียด

ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรท่านผู้อ่านพลังประจำวันทุกท่านและครอบครัว ให้เติบโตขึ้นในพระคุณและความรัก และโดยเฉพาะในเทศกาลคริสตมาสและปีใหม่นี้ เราจะแสดงออกถึงความเชื่อของเราในการกระทำ และแบ่งปัน พระพร ความรัก และพระวจนะของพระเจ้าออกไปยังคนรอบข้างที่มีความต้องการ

“พระองค์ทรงทำให้ท่านถ่อมใจและทรงปล่อยท่านให้หิวและทรงเลี้ยงท่านด้วยมานา...มนุษย์ไม่ได้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารเพียงสิ่งเดียวแต่มนุษย์จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยทุกสิ่งที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระยาห์เวห์” (เฉลยธรรมบัญญัติ 8:3)

 

Merry Christmas 2016  &  Happy New Year 2017

 

 


 พลังประจำวันฉบับที่ 171 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2016)

บทบรรณาธิการ

คงไม่ช้าเกินไปที่จะกล่าวสวัสดีปีใหม่ไทย พวกเราคงได้มีโอกาสพักผ่อนวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์  ได้เดินทางกลับบ้านไปพบปะครอบครัวและญาติพี่น้อง บางคนคนอาจมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เชื่อว่าทุกท่านจะมีความสุข สนุกสนานและได้เรียนรู้ คุณได้เห็นพระพรจากประสบการณ์ที่ผ่านมานี้ด้วยหรือไม่? ขอพระเจ้าทรงประทานพระพรอันอุดมแก่ท่านและครอบครัว

 

พลังประจำวันฉบับนี้จะเริ่มต้นวงจรใหม่ที่เราจะฝึกวินัย ใช้เวลาเฝ้าเดี่ยวทุกวัน อธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์และใช้คู่มือเข้าเฝ้าพระเจ้านี้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อีกสี่ปีข้างหน้าเราก็จะอ่านพระคัมภีร์จบอีกหนึ่งรอบอย่างเข้าใจและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เราทำให้ได้และมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง เพราะพระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งผิด และการอบรมในความชอบธรรม เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถและพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง (2 ทิโมธี 3:16-17)
ในฉบับนี้ เราจะเริ่มต้นอ่าน ”ปฐมกาล” ซึ่งเป็นเรื่องราวการเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง ปฐมกาลบทแรกๆ พูดถึงเหตุการณ์ใหญ่ๆ สี่เหตุการณ์คือ การทรงสร้าง การล้มลงในความบาป น้ำท่วมโลกและการที่มนุษยชาติกระจัดกระจายไปจากเมืองบาเบล ต่อจากนั้นเราจะเรียนรู้เรื่องของอับราฮัมในเส้นทางแห่งความเชื่อ แม้เราจะคุ้นเคยกับเรื่องราวเหล่านี้ แต่ขอให้เราก้าวไปให้ถึงหัวใจของสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการให้เรียนรู้เกี่ยวกับพระองค์และเกี่ยวกับเราเอง นอกจากนี้ เราจะอ่านโยชูวา นาฮูมและโยนาห์จากพันธสัญญาเดิม และ อ่านมาระโก โรม เอเฟซัส และฮีบรู จากพันธสัญญาใหม่ด้วย บทนำสู่พระธรรมจะนำเราเข้าสู่พระธรรมที่จะอ่านแต่ละตอนด้วยความเข้าใจเบื้องหลัง สาระสำคัญและข้อคิด

หากท่านมีความคิดเห็นหรือต้องการแบ่งปันข้อคิดและการตอบสนองจากการอ่านพลังประจำวัน หรืออยากมีส่วนในการเขียนหรือแปลเพื่อใช้ของประทานของท่านและแบ่งปันพระพร ท่านสามารถส่งมาได้ทาง Tel/Fax: 02-236-5598 E-mail: ScriptureUnionThailand@gmail.com ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้
 
 “พระ​วจนะของพระองค์เป็นตะเกียงแก่เท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่ทางของข้าพระองค์”  (สดุดี 119:105)

 

 

 

 

พลังประจำวันฉบับที่ 170 (มกราคม – เมษายน 2016)
บทบรรณาธิการ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ  ขอพระเจ้าอวยพรและให้พระพระวจนะของพระองค์มาถึงคุณในวันนี้และทุกๆ วันตลอดชีวิตของคุณ เพื่อเราจะได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในจิตใจ(สดุดี 119:11) ที่จะช่วยเราทุกคนให้เติบโตขึ้นในด้านความเชื่อ มีความรู้พระคัมภีร์ดีขึ้น และช่วยเราเป็นพยานต่อผู้อื่น

4 ปีที่ผ่านมา (2012-2015) ถ้าเราได้อ่านพลังประจำวันมาอย่างต่อเนื่องและคาบเกี่ยวมาถึงฉบับนี้ แสดงว่าเราได้อ่านพระคัมภีร์มาอย่างเป็นระบบจบเล่มทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและภาคพันธสัญญาใหม่ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ทำสำเร็จมาอีกหนึ่งรอบ เพราะเป็นความตั้งใจของคริสเตียนทุกคนที่พยายามจะอ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่ม ไม่ว่าเราจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจมากน้อยเพียงไร เชื่อว่าด้วยความตั้งใจและความมีวินัยในการเฝ้าเดี่ยวของเราและการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราได้พัฒนาสัมพันธภาพของเรากับพระเจ้าและเข้าใจในน้ำพระทัยของพระองค์ดียิ่งๆขึ้น พลังประจำวันเป็นคู่มือและเครื่องมือที่จะช่วยคุณในการเฝ้าเดี่ยวหรือในการศึกษาพระคัมภีร์ในกลุ่มย่อย โดยมีจุดประสงค์ที่จะหนุนนำให้คุณได้สดับฟังพระเจ้าในขณะที่คุณอ่านพระคัมภีร์ โดยใคร่ครวญถึงคำถามที่คุณมักจะมีว่า “พระคัมภีร์ข้อนี้ สัมพันธ์กับชีวิตฉันในวันนี้อย่างไร? พระคัมภีร์บริบทนี้ จะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร?
ในฉบับนี้ เราขอบคุณพระเจ้าที่ได้ผู้เขียนอิสระใหม่คือ ผป.เกรียงศักดิ์ บุญเสริมสุวงศ์ เราจะติดตามอ่านได้ในช่วงสัปดาห์11-16 เมษายน สำหรับบรรยากาศปีใหม่ไทยและการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์
จากการอ่านพระธรรมเอสรา ฮักกัย เศคาริยาห์และมาลาคี เราจะเห็นภาพการกลับจากการเป็นเชลย การบูรณะพระวิหาร การบัญชาให้สร้างพระวิหารขึ้นใหม่ การฟื้นฟูบูรณะกรุงเยรูซาเล็ม การพิพากษา และพยากรณ์ถึงการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ที่ผู้คนคาดหวังรอคอย ฯลฯ เป็นเรื่องที่ท้าทายให้เราคิดถึงว่า อะไรคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เราทำ และอะไรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในชีวิตของเรา?
นอกจากนี้ เราจะได้อ่านบทส่งท้ายของพระคัมภีร์ทั้งเล่มในพระธรรมวิวรณ์ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ความหวังกับผู้เชื่อ... การรู้จุดหมายปลายทางของชีวิตจะช่วยให้เราเข้าใจโลกทุกวันนี้...และช่วยให้เราเข้าใจว่า เราจะดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างไรในวันนี้
“พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้าและเป็นประโยชน์ในการสอนการตักเตือนว่ากล่าวการแก้ไขสิ่งผิดและการอบรมในความชอบธรรม  เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถและพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง”  (2 ทิโมธี 3:16-17)
 
บทบรรณาธิการ พลังประจำวัน ฉบับที่ 169 (กันยายน-ธันวาคม)
เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงรักเราทุกคน ประทานพระวจนะที่ไม่มีวันล้าสมัย ยิ่งอ่านก็ยิ่งได้รับความเข้าใจ  และยิ่งอยากที่จะแบ่งปันพระวจนะนั้น และขอบคุณพระเจ้าสำหรับทีมงานของคริสตธรรมสัมพันธ์สากล ผู้เขียนผู้แปลและผู้อ่านทุกคน ที่มีส่วนให้พลังประจำวันยังสามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นพระพรแก่ทุกคนทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
พลังประจำวันฉบับนี้ที่เราจะได้อ่านทั้ง ลูกา เอสเธอร์ กาลาเทีย ดาเนียล เนหะมีย์ เพลงคร่ำครวญ และวิวรณ์ พร้อมบทความสั้นๆ ซึ่งเป็นข้อคิดสำหรับวันสิ้นปีหลังการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสตมาสด้วยความชื่นชมยินดีและเตรียมรับปีใหม่ซึ่งเชื่อว่าจะมาพร้อมพระพรอันอุดมจากพระเจ้า ที่เราจะผูกพันกับพระวจนะ สำแดงพระวจนะในชีวิตของเรา เติบโตและเป็นผู้ใหญ่ยิ่งขึ้น ในพระคุณและความรักตลอดไป
นอกจากเฝ้าเดี่ยวด้วยหนังสือพลังประจำวันแล้ว ท่านยังสามารถเข้าไปอ่านบทเฝ้าเดี่ยวประจำวันและย้อนหลังหลายๆ ปีได้ที่ www.suthailand.org  และสำหรับผู้ปกครองหรือครูที่ใช้หนังสือ “Big Bible Challenge ผจญภัยไปกับเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ในพระคัมภีร์” ก็สามารถเข้าไปที่ www.thaibigbiblechallenge.com
หากท่านมีความคิดเห็นหรือต้องการแบ่งปันข้อคิดและการตอบสนองจากการอ่านพลังประจำวัน หรืออยากมีส่วนในการเขียนหรือแปล ท่านสามารถส่งมาได้ทางแฟกซ์ : 02-236-5598 หรือ E-mail: scriptureunionthailand@gmail.com
8 สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลายขอจงใคร่ครวญดูสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นจริงสิ่งที่น่านับถือสิ่งที่ยุติธรรมสิ่งที่บริสุทธิ์สิ่งที่น่ารักสิ่งที่ควรแก่การสรรเสริญรวมทั้งถ้ามีสิ่งใดที่ยอดเยี่ยมสิ่งใดที่น่ายกย่อง 9 และพวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านเรียนรู้รับไว้ได้ยินและได้เห็นในข้าพเจ้าแล้วพระเจ้าผู้ประทานสันติสุขจะสถิตกับพวกท่าน(ฟีลิปปี 4:8-9)
 
Merry Christmas 2015 & Happy New Year 2016


 

บทบรรณาธิการ
พลังประจำวันฉบับที่ 168 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2015)
 
ปี 2015 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราได้ผ่านทั้งวันปีใหม่สากล ปีใหม่จีนและปีใหม่ไทย ด้วยพระคุณของพระเจ้า “พลังประจำวัน” ก็ได้วนมาถึงการเริ่มต้นรอบใหม่ของระบบการอ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายใน 4 ปีและเข้าใจและปฏิบัติได้อีกครั้ง ในแต่ละเดือนเราจะได้อ่านทั้งพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ แต่ละตอนจะนำด้วยบทนำเข้าสู่พระธรรม และอ่านติดต่อกันไม่เกินสองสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง สำหรับวันอาทิตย์เราจะได้อ่านพระธรรมสดุดีสัปดาห์ละ 1-2 บท ยกเว้นวันอาทิตย์ที่เป็นวันสำคัญ เช่น วันอีสเตอร์ คริสตมาส ฯลฯ เราจะได้เริ่มอ่านสดุดีบทที่ 1-12 ในเล่มนี้ และใคร่ครวญถึงเรื่องราววันเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ (40 วันหลังอีสเตอร์) และวันที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมา
 
“พระ​องค์​ทรง​ช่วย​ให้​ใจ​ของ​พวก​เขา​สว่าง​เพื่อ​จะ​ได้​เข้าใจ​พระ​คัมภีร์”(ลูกา 24:45) ขอพระเจ้าทรงช่วยให้ใจของคุณสว่าง เพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์ ทุกครั้งที่อ่านพระคัมภีร์ ให้ตั้งใจฟังว่าพระเจ้าตรัสอะไรกับคุณ หนุนใจ เตือนสติ แก้ไข ปรับเปลี่ยน พัฒนาคุณอย่างไรบ้าง คุณและครอบครัวได้รับพระพรอะไรบ้าง
 
สำหรับผู้ที่สะดวกอ่านบทเฝ้าเดี่ยวผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน ท่านสามารถเข้าไปอ่านบทเฝ้าเดี่ยวประจำวันและย้อนหลังได้ที่ www.suthailand.org และโปรดติดตาม Big Bible Challenge ฉบับภาษาไทยสำหรับเด็กและผู้ปกครองและครู ในรูปแบบหนังสือสี่สีพร้อมภาพประกอบสวยงาม และทางเว็บไซต์ที่ www.thaibigbiblechallenge.com
 
“อย่า​กระ​วน​กระ​วาย​ใน​สิ่ง​ใดๆ เลย แต่​จง​ทูล​พระ​เจ้า​ให้​ทรง​ทราบ​ทุก​สิ่ง​ที่​พวก​ท่าน​ขอ โดย​การ​อธิษ​ฐาน​และ​การ​วิง​วอน พร้อม​กับ​การ​ขอบ​พระ​คุณ” (ฟิลิปปี 4:6)


 

บทบรรณาธิการ
พลังประจำวันฉบับที่ 167 (มกราคม - เมษายน)


“สันติสุขจงดำรง อยู่กับท่านทั้งหลาย”(ยอห์น 20:22,26)


ทีมงานพลังประจำวัน ขอเริ่มต้นด้วยคำกล่าว “สวัสดีปีใหม่” ขอพระเจ้าทรงอวยพรให้ท่านและครอบครัวมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีกำลังและสติปัญญาในการเรียน การทำงานและการดำเนินชีวิต มีชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า และมีพระวจนะของพระเจ้าเป็นรากฐานที่ทำให้ชีวิตของท่านมั่นคงในความเชื่อ

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงนำพาให้พลังประจำวันได้มีส่วนในการเสริมสร้างให้พี่น้องในพระคริสต์ผู้อ่านพลังประจำวันทุกท่านได้เติบโตขึ้นด้วยพระวจนะของพระเจ้าอีกหนึ่งปี ในช่วงเทศกาลคริสตมาสและปีใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยความสดใสของแสงสีและเสียงเพลง ไออุ่นจากความรักในครอบครัว และคำอวยพรที่ปรารถนาให้ญาติมิตรของเราได้พบแต่ความสุขสมหวังในชีวิต พลังประจำวันฉบับที่ 167 นี้เริ่มต้นด้วยเคล็ดลับแห่งความชื่นชมยินดี ไม่ว่าสถานการณ์ในชีวิตของท่านจะเป็นอย่างไรก็ตาม เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าชีวิตของคนเราอาจต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่เราเชื่อว่าพระเจ้ามีฤทธิ์เดชมากพอที่จะสามารถเปลี่ยนวิกฤต ให้เป็นโอกาสเพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณของท่านให้เข้มแข็งและเติบโตผ่านพระวจนะของพระองค์
ขอบคุณพระเจ้าที่ ศจ.ดร.อภิชาติ พูลศักดิ์วรสาร เข้ามาเป็นกรรมการและเป็นผู้เขียนบทเฝ้าเดี่ยวสำหรับช่วงเทศกาลอีสเตอร์ให้กับพลังประจำวันฉบับนี้ เพื่อแบ่งปันเรื่องราวจากพระวจนะของพระเจ้าให้เข้ากับบริบทของคนไทย ในปี 2015 นี้ เราจะเริ่มเข้าสู่แผนการอ่านพระคัมภีร์ประจำวันอย่างเป็นระบบ และจะจบเล่มภายใน 5 ปีตามแบบของคริสตธรรมสัมพันธ์

Happy New Year & Happy Easter 2015
บทบรรณาธิการ
พลังประจำวันฉบับที่ 166 (กันยายน-ธันวาคม 2014)
บางทีก็ดูเป็นเรื่องแปลกที่เราใคร่ครวญภาวนาธรรมในหัวข้อที่เกี่ยวกับความทุกข์ยากลำบากและการทนทุกข์อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบร่มรื่นในขณะที่ดวงอาทิตย์สาดส่องแสงอันเจิดจ้าไปทั่ว บางครั้งเราพบว่ายากต่อความเข้าใจว่าทำไมชีวิตเราต้องพบกับความยากลำบากและต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างแสนสาหัสทั้งๆที่ชีวิตควรจะดีและสุขสบายกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลังเรื้อรัง หน้าที่การงานที่มีแต่ความตึงเครียด หรือปัญหาความกดดันในคริสตจัก หรือคำอธิษฐานของเราที่ไม่ได้รับคำตอบ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ล้วนแต่มะรุมมะตุ้มกันเข้ามาจนดูดเอาเรี่ยวแรงฝ่ายจิตวิญญาณของเราไปจนหมดสิ้น และแถมยังหลอกล่อให้เราละทิ้งทางของพระเจ้าอีกด้วย
พลังประจำวันฉบับที่ 166 นี้ เราจะเผชิญกับบางสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้ความเพียรพยายามด้วยความอดทน เช่น เราพบว่าเปาโลบอกแก่พี่น้องคริสเตียนชาวเมืองฟิลิปปีเกี่ยวกับความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของเขาที่จะ “บากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย”(ฟิลิปปี 3:14) นอกจากนี้ เรายังได้คิดใคร่ครวญถึงชีวิตของโยบที่ยังคงรักษาความเชื่อของเขาแม้ในยามที่ต้องเผชิญกับความทุกข์เจ็บปวดอย่างท่วมท้น เรื่องราวของโยบสอนเราเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างโดยเฉพาะ นั่นคือ ยังมีความจริงอีกส่วนหนึ่งที่โยบเองก็ไม่รู้ เขาไม่รู้ว่าความทุกข์อันแสนสาหัสที่เขาประสบอยู่นั้นเป็นการทดลองที่มาจากมารซาตาน โดยพระเจ้าทรงอนุญาต ยังมี “ภาพที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น”ที่โยบมองไม่เห็น
                เราเองอาจจะมองไม่เห็น “ภาพที่ยิ่งใหญ่กว่า”ของชีวิตเรา แต่เรามั่นใจได้ว่าวันหนึ่งเราจะเข้าใจในสิ่งที่เราดิ้นรนต่อสู้นั้นเข้าไปอยู่ในในภาพที่ใหญ่กว่าอย่างลงตัวอย่างไร


 

บทบรรณาธิการ
พลังประจำวันฉบับที่ ๑๖๕ (พฤษภาคม-สิงหาคม)
          คุณมักจะโดดเด่นอย่างท่ามกลางผู้คน หรือชอบทำตัวกลมกลืนกับกระดาษปิดฝาผนังมาตลอดทั้งชีวิต? หากพูดอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาก็ต้องยอมรับว่าพวกเราส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่สองเสียมากกว่า เพียงเพราะว่าเราไม่อยากทำตัวแตกต่างจากคนหมู่มาก และแน่นอนที่เราไม่ต้องการยืนโดดเด่นอยู่คนเดียวจนคนทั้งหลายพะยี่ห้อว่าเราเป็นพวกหัวรุนแรงหรือสุดโต่ง
          เราอยู่ในโลกเพื่อทำสิ่งที่ท้าทายชีวิตเมื่อเร็วๆนี้ได้อ่านพบบทความของชายหนุ่มคนหนึ่งที่บรรยายถึงตัวเขาเองว่าเขาเดินทางออกจากบ้านอันแสนอบอุ่นสุขสบายในประเทศอังกฤษไปดำเนินชีวิตที่แตกต่าง(และอันตราย)อย่างสุดโต่งเพื่อรับใช้พระเจ้าที่ประเทศบูรุนดีในแอฟริกา ในพลังประจำวันฉบับนี้ คำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ในหนังสือกิตติคุณมัทธิวเรียกเราทั้งหลายให้“ดำเนินชีวิตแบบพลิกโลก” นอกจากนี้ 1 โครินธ์ยังยืนยันว่าเราต้องดำเนินอยู่ในทางที่บริสุทธิ์ของพระเจ้า ส่วนหนังสือเยเรมีย์ก็กระตุ้นให้บรรดาประชากรของพระเจ้ายืนหยัดต่อต้านคอร์รัปชั่น และสุดท้าย เปาโลเป็นแบบอย่างของคนที่“ชีวิตนี้อยู่เพื่อพระคริสต์” ซึ่งท้าทายเราทั้งหลายให้กล้าที่จะดำรงอยู่อย่างคนที่เป็นสาวกของพระคริสต์ แม้จะต้องมีชีวิตที่แตกต่างจากผู้คนที่อยู่รอบข้างก็ตาม
          ให้เราคิดพิจารณาถึงความมุ่งมั่นของเราต่อพระคริสต์ จงเดินต่อไปสู่ก้าวใหม่ๆ ของความเชื่อ ใช่เลย ให้เราดำรงชีวิตที่สุดโต่งมากกว่านี้ มันอาจจะไม่ง่ายนัก หรือสุขสบายนัก แต่ถ้าคุณทำได้ พระเจ้าจะทรงยินดีในพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

 

 

บทบรรณาธิการ
พลังประจำวันฉบับที่ 164 (มกราคม-เมษายน 2014)
รักต้องเจ็บ
          สวัสดีปีใหม่ 2014 แด่สมาชิกทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขอโทษที่พลังประจำวันฉบับที่ 164 ออกล่าช้ามาก เนื่องจากคริสตธรรมสัมพันธ์อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เราได้ย้ายสำนักงานคริสตธรรมสัมพันธ์ไปที่ใหม่ดังที่คุณได้รับใบแทรกมากับหนังสือนี้แล้ว นอกจากนี้ คริสตธรรมสัมพันธ์ยังอยู่ระหว่างการหาเลขาธิการคนใหม่ หลายๆอย่างจึงค่อนข้างชุลมุนและยังไม่ลงตัว ขอพี่น้องช่วยอธิษฐานเผื่อด้วย
พลังประจำวันฉบับที่ 164 นี้ เราจะได้ภาวนาธรรมในหนังสือโฮเชยาและฟิเลโมน เราอาจจะไม่คุ้นเคยกับผู้เผยพระวจนะทั้ง 2 ท่านนี้ แต่บุรุษทั้งสองนี้ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าในวิถีทางที่แตกต่างกันเพื่อสำแดงความรักของพระองค์แก่ผู้คนที่รอบตัวเขา โฮเชยาได้รับการทรงเรียกให้แต่งงานกับหญิงโสเภณีผู้ซึ่งเขารู้ดีว่าเธอจะยังคงไม่ซื่อสัตย์ต่อเขาต่อไป ในขณะที่ฟิเลโมนได้รับการปลุกเร้าให้รับอดีตทาสที่เคยลักทรัพย์ของเขากลับคืนมา บุรุษทั้งสองนี้ได้รับการทรงเรียกให้สำแดงความรักของพระเจ้าซึ่งต้องแลกกับความเสียสละเป็นส่วนตัวเป็นมูลค่าที่สูงลิ่ว
          ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียน เรามักพูดกันมากเกี่ยวกับการสำแดงความรักต่อคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้คนที่อยู่นอกอาณาจักรของพระเจ้า เราอธิษฐานเผื่อให้คนทั้งหลายมายังคริสตจักรของเรา แต่เราก็คาดหวังว่าคนเหล่านั้นต้องเคารพทรัพย์สินของเรา และต้องประพฤติตนอย่างสุภาพ แท้ที่จริงแล้ว เราควรจะเตือนตัวเราเองอยู่เสมอว่าความรักอันสูงค่าคือความรักของพระเจ้านั้นเกี่ยวกับอะไร
          ในช่วงวันคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์เราจะใคร่ครวญถึงความรักอันยิ่งใหญ่สูงสุดของพระเจ้าผู้ทรงยอมสละพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ คือ พระเยซูคริสต์ เสด็จมาในโลกเพื่อสิ้นพระชนม์บนกางเขนไถ่โทษบาปของมนุษย์ทุกคน เพราะความรักวิเศษนี้ของพระเจ้า เราจึงได้รับความรอด ความหวังและชีวิตนิรันดร์ ไม่มีรักใดในโลกที่ยิ่งใหญ่เท่าความรักของพระเจ้าที่ประทานให้แก่เราทั้งหลาย
 
บทบรรณาธิการ ฉบับที่ ๑๖๓
 
          สาระของพระคัมภีร์ที่เราจะใคร่ครวญภาวนากันใน 4 เดือนข้างหน้านี้ครอบคลุมหนังสือ 1 ซามูเอล สุภาษิต อพยพและอิสยาห์ในพระคัมภีร์เดิม และเนื้อหาในหนังสือกิจการ โรม ยอห์นและยากอบในพระคัมภีร์ใหม่ และในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เราจะคิดใคร่ครวญถึงการเสด็จมาบังเกิดของพระกุมารเยซูจากหนังสือกิตติคุณมัทธิว
          ข้อความที่มักปรากฎอยู่ในเนื้อหาพระคัมภีร์ที่เราจะอ่านด้วยกันก็คือ “บรรดาประชากรของพระเจ้า” ภาพของชนชาวอิสราเอลที่เป็นประชากรของพระเจ้าสะท้อนให้เราเห็นถึงความเป็นชนชาติพิเศษที่พระเจ้าทรงเลือกสรร พระองค์ทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เขาทั้งหลาย พระองค์ประทานสิทธิพิเศษให้เขาทั้งหลายเป็น “บุตร”ของพระองค์ แต่ถึงกระนั้น เมื่อคนที่พระองค์ทรงรักดื้อรั้น พยศ และหันหลังให้กับพระองค์ ความรักและความสัตย์ซื่อมั่นคงที่พระองค์ทรงมีต่อเขาทั้งหลายก็ยังเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย เพราะรัก พระองค์จึงต้องตีสอนเขาเหล่านั้น เพราะรัก พระองค์จึงทรงปล่อยให้พวกเขาได้รับบทเรียนที่มีค่ายิ่งในชีวิต โดยทรงหวังว่าวันหนึ่ง พวกเขาจะหันกลับมาหาพระองค์และยอมจำนนต่อการหันมาเดินอยู่ในวิถีทางของพระองค์ และยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าพระผู้สร้าง ทรงเป็นจอมกษัตริย์ ทรงเป็นเจ้าชีวิต ทรงเป็นพระผู้ไถ่ และทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา ไม่มีรักใดที่ยิ่งใหญ่เท่าความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่มนุษย์เราเคยสัมผัส
          พระธรรมโรมบอกเราว่าพระคุณของพระเจ้าได้แผ่ขยายจากชาวยิวมาถึงคนต่างชาติ บัดนี้ เราทุกคนที่ไม่ใช่ยิวได้เข้ามาเป็นประชากรของพระเจ้าทางพระเยซูคริสต์ และมีศักดิ์และสิทธิ์เสมอชนชาวอิสราเอล คุณดำรงชีวิตที่ควรค่าแก่การเป็นประชากรของพระเจ้าอยู่ในเวลานี้หรือไม่?

 
บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 162
ผู้ทำลายพันธนาการ
 
 
          คุณพอจะนึกออกไหมว่ายังมีอะไรที่เลวร้ายไปกว่าการเป็นทาสอีกหรือ? สำหรับชนชาวอิสราเอลที่อยู่ในประเทศอียิปต์ในยุคพระคัมภีร์เดิม มันหมายถึงการตกอยู่ในสภาพทาสที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามภายใต้นายที่โหดร้ายทารุณ โดยไม่มีหวังจะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ จึงไม่แปลกใจเลยที่พระเจ้าประทานคำแนะนำแก่พวกเขาให้ทำการเฉลิมฉลองวันที่พระองค์ทรงนำพวกเขาออกจากการเป็นทาสด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ทุกๆปี สำหรับเราทั้งหลายที่เป็นผู้เชื่อในยุคพระคัมภีร์ใหม่ การทรงไถ่อันยิ่งใหญ่นี้เป็นสัญลักษณ์ของการช่วยกู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าซึ่งพระเจ้าของเราได้ทรงกระทำสำเร็จแล้วผ่านทางการสิ้นพระชนม์และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ โดยทางพระเยซูคริสต์ เราทั้งหลายจึงได้คืนดีกับพระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นพระบิดาของเรา
 
          เมื่อเราอ่านเกี่ยวกับความจริงอันอัศจรรย์นี้อีกครั้งหนึ่ง เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ถามตัวเราเองว่าเราชื่นชมยินดีในอิสรภาพที่พระคริสต์ได้ทรงมีชัยชนะมาเพื่อเราทั้งหลายหรือไม่ เราจำเป็นต้องยืนยันอีกครั้งหรือไม่ว่าบางส่วนของชีวิตเราพระสัญญาที่ว่า”บาปจะไม่เป็นนายของท่านอีกต่อไป”(โรม 6:14 ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)? เราเชื่ออย่างแท้จริงหรือไม่ว่าพระนามของพระเยซูคริสต์มีฤทธิ์อำนาจเหนือำนาจความชั่วร้าย “และคนที่ตามเรามาจะไม่ต้องเดินในความมืด แต่จะมีความสว่าง

บทบรรณาธิการพลังประจำวันฉบับที่ 161

เคลื่อนต่อไป


คุณรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีแค่ไหน? คนเราส่วนใหญ่พบว่าค่อนข้างรู้สึกกลัวมากกว่าหากเรากล้าพูดอย่างจริงใจมันเหมือนกับเราคุ้นเคยกับการใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เมื่อรุ่นเก่าตกรุ่นไปแล้ว เราก็ต้องจัดแจงหาเครื่องรุ่นใหม่โดยไม่รอช้าบางครั้งคุณอยากภาวนาให้ชีวิตไปให้ช้าลงกว่านี้และที่สิ่งต่างๆสามารถอยู่ในวิถีที่คุณชอบหรือไม่?

เนื้อหาพระคัมภีร์หลายๆบทในพลังประจำวันฉบับนี้แตะหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเรามองไปที่ชีวิตของโยเซฟผู้ซึ่งต้องรับมือกับชีวิตที่ผกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือเราสดับฟังพระเยซูคริสต์ซึ่งทรงเคลื่อนไปสู่ระยะสุดท้ายของการทำพันธกิจของพระองค์ในโลกนี้ได้มีการพูดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นก่อนยุคสุดท้ายจะมาถึงและเราเห็นคริสตจักรในยุคแรกมีแนวโน้มจะเคลื่อนจากรากของความเป็นชนชาวยิวไปสู่โลกของคนต่างชาติมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆอีกมากมายที่กำลังเกิดขึ้นในที่นี้!

ไม่ว่าจะมีสิ่งใดดำเนินอยู่ในชีวิตของคุณฉันเชื่อว่าคุณจะได้รับการย้ำเตือนผ่านทางหน้ากระดาษเหล่านี้ถึงความรักมั่นคงของพระเจ้าความรักที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของพระองค์และการทรงเอาพระทัยใส่ดูแลของพระองค์เพื่อคุณขอให้คุณเผชิญอนาคตของคุณด้วยความเชื่อและความหวัง

คุณอาจจะภาวนาธรรมด้วยหนังสือพลังประจำวันมานานหลายปีแล้วและคุณอาจเป็นคริสเตียนมาเกือบตลอดชีวิตหรือคุณอาจจะเป็นคริสเตียนใหม่และเพิ่งเริ่มอ่านพระคัมภีร์ประจำวันมาได้ไม่นานไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามดิฉันหวังว่าการอ่านพระคัมภีร์ประจำวันของคุณจะช่วยให้ช่วยให้ชีวิตฝ่ายความเชื่อของคุณสดชื่นแข็งแรงและเต็มไปด้วยกำลังเรี่ยวแรงใหม่ในแต่ละวันตลอดปี 2013 นี้ สุขสันต์วันปีใหม่!


บทบรรณาธิการ พลังประจำวัน ฉบับที่ 160

มีคนเคยสรุปพระคัมภีร์ไว้ดังนี้พระคัมภีร์เดิมคือการทำนายถึงพระเยซูคริสต์ไว้ล่วงหน้าพระกิตติคุณคือพระเยซูคริสต์ที่เสด็จมาส่วนจดหมายต่างๆในพระคัมภีร์ใหม่คือคำอธิบายถึงพระเยซูให้เป็นที่เข้าใจและวิวรณ์คือความคาดหวังในพระเยซูคริสต์สำหรับอนาคตข้างหน้าพระคัมภีร์ทั้งเล่มล้วนแต่กล่าวถึงพระเยซูคริสต์ทั้งสิ้นพระองค์เองก็ได้ทรงกล่าวว่าพระคัมภีร์เป็นพยานให้กับพระองค์และจุดประสงค์ของการศึกษาพระคัมภีร์อย่างเอาจริงเอาจังก็เพื่อว่าเราจะได้รับการหนุนใจให้มาหาพระเยซูคริสต์เพื่อจะได้ชีวิต(ยอห์น 5:39,40)

นี่คือข้อทดสอบการอ่านพระคัมภีร์ที่ดีของเราเมื่อเรามองย้อนกลับไปเราควรถามตัวเราเองว่าฉันได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์จากการอ่านพระคัมภีร์ของฉัน? ฉันมีความซาบซึ้งใจในพระเยซูอย่างลึกซึ้งมากขึ้นหรือไม่ในฐานะที่ทรงช่วยกู้คนทั้งหลายให้รอดช่วยการบำบัดรักษาและปลดปล่อยคนทั้งหลายให้เป็นไท? ฉันได้รับการชี้ชวนให้ถวายสรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดสุดประเสริฐหรือไม่? ฉันตาสว่างจนเห็นความยิ่งใหญ่ในความเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของพระองค์หรือไม่? มีพระองค์อยู่ในทุกๆสถานการณ์ก็เพียงพอแล้ว? พระองค์ได้ทรงพิชิตความตายและความบาปและไม่มีปัญหาใดที่ยากเกินกว่าพระองค์จะทรงแก้ได้!

วิถีทางที่จะได้รับความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้นจากการอ่านพระคัมภีร์ของเราก็คืออธิษฐานให้มากๆเมื่อลงมืออ่านพระวจนะของพระเจ้าเราจำเป็นต้องทูลขอต่อพระเจ้าให้ทรงทำงานผ่านองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อให้เราสัมผัสถึงพระเยซูองค์เที่ยงแท้ที่ประทับอยู่ในชีวิตของเราในขณะที่เราคิดใคร่ครวญถึงสาระของพระคัมภีร์ในแต่ละบทแต่ละตอน

ขอให้พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางการอ่านพระคัมภีร์ในแต่ละวันของคุณและขอให้พระองค์ทรงเป็นศูนย์กลางชีวิตคุณตลอดไป!
 
บทบรรณาธิการฉบับที่ 159
เชื่อและฟังคำ
เรามักมีความฝังใจว่าการดำเนินชีวิตในความเชื่อพระเจ้าไม่เชื่อเรื่องยากแต่พระคัมภีร์ย้ำเตือนเราอย่างต่อเนื่องว่าการเป็นสาวกของพระคริสต์นั้นต้องแลกกับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเราและการดำเนินชีวิตที่เชื่อฟังพระเจ้าก็ใช่ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายนักเราต้องต่อสู้ดิ้นรนฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการเพื่อปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้าด้วยความเชื่อฟังทั้งๆที่ในความจริงแล้วเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราอยากทำเสียด้วยซ้ำ
เราพอจะจินตนาการได้ว่าอับราฮัมต้องแลกกับสิ่งที่มีค่ายิ่งในชีวิตเพื่อเชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้าพระคัมภีร์ในบริบทนี้บอกเราว่าหลังจากอับราฮัมรับพระบัญชาของพระเจ้าให้ถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชาอับราฮัมก็ได้ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่”(ปฐมกาล 22:3)เพื่อออกเดินทางไปยังดินแดนโมริยาห์ด้วยกันกับบุตรชายของเขาเราพอจะจินตนาการได้ว่าเขาคงข่มตานอนไม่หลับมาทั้งคืนเพราะภายในจิตใจของเขาคงเกิดการสู้อย่างหนักเพื่อจะเชื่อฟังพระเจ้าให้ได้หากคุณได้รับการท้าทายจากพระองค์โดยทรงบัญชาให้คุณเสียสละสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับคุณเพื่อพระองค์เจ้าคุณต้องคิดหนักนานแค่ไหน? และคุณจะยอมมอบถวายแด่พระองค์หรือไม่?
การอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ในสวนเกทเสมนี(มาระโก 14:32-42)เป็นอีกบริบทหนึ่งที่แสดงว่าเรายืนอยู่บนพื้นที่ที่บริสุทธิ์พระองค์ต้องเผชิญกับการถูกแยกจากพระเจ้าพระบิดาและต้องรับแบกบาปของมวลมนุษย์อย่างโดดเดี่ยวแต่พระเยซูคริสต์ทรงอธิษฐานว่า ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนผ่านข้าพเจ้าไปแต่อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ในขณะที่เปโตรและอัครสาวกคนอื่นๆพากันหลับอุตุพระองค์ทรงอธิษฐานด้วยพระทัยที่เป็นทุกข์ยิ่งนัก และในที่สุดพระองค์ทรงรับว่าไม่มีทางอื่นเลย
เราได้รับการย้ำเตือนว่าความคิดตามแนวของพระคัมภีร์นั้น การได้ยินก็คือการเชื่อฟังจงมีใจกล้าทูลขอให้พระเจ้าตรัสกับคุณและทรงช่วยคุณให้ทำในสิ่งที่พระองค์ทรงบอกแก่คุณไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม
หมายเหตุ:พระคัมภีร์ที่อ้างในหนังสือเล่มนี้มาจากพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน2011 เป็นหลัก

บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 158

มีคนเคยสรุปพระคัมภีร์ไว้ดังนี้พระคัมภีร์เดิมคือการทำนายถึงพระเยซูคริสต์ไว้ล่วงหน้าพระกิตติคุณคือพระเยซูคริสต์ที่เสด็จมาส่วนจดหมายต่างๆในพระคัมภีร์ใหม่คือคำอธิบายถึงพระเยซูให้เป็นที่เข้าใจและวิวรณ์คือความคาดหวังในพระเยซูคริสต์สำหรับอนาคตข้างหน้าพระคัมภีร์ทั้งเล่มล้วนแต่กล่าวถึงพระเยซูคริสต์ทั้งสิ้นพระองค์เองก็ได้ทรงกล่าวว่าพระคัมภีร์เป็นพยานให้กับพระองค์และจุดประสงค์ของการศึกษาพระคัมภีร์อย่างเอาจริงเอาจังก็เพื่อว่าเราจะได้รับการหนุนใจให้มาหาพระเยซูคริสต์เพื่อจะได้ชีวิต(ยอห์น 5:39,40)

นี่คือข้อทดสอบการอ่านพระคัมภีร์ที่ดีของเราเมื่อเรามองย้อนกลับไปเราควรถามตัวเราเองว่าฉันได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์จากการอ่านพระคัมภีร์ของฉัน? ฉันมีความซาบซึ้งใจในพระเยซูอย่างลึกซึ้งมากขึ้นหรือไม่ในฐานะที่ทรงช่วยกู้คนทั้งหลายให้รอดช่วยการบำบัดรักษาและปลดปล่อยคนทั้งหลายให้เป็นไท? ฉันได้รับการชี้ชวนให้ถวายสรรเสริญพระองค์ผู้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดสุดประเสริฐหรือไม่? ฉันตาสว่างจนเห็นความยิ่งใหญ่ในความเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของพระองค์หรือไม่? มีพระองค์อยู่ในทุกๆสถานการณ์ก็เพียงพอแล้ว? พระองค์ได้ทรงพิชิตความตายและความบาปและไม่มีปัญหาใดที่ยากเกินกว่าพระองค์จะทรงแก้ได้!

วิถีทางที่จะได้รับความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้นจากการอ่านพระคัมภีร์ของเราก็คืออธิษฐานให้มากๆเมื่อลงมืออ่านพระวจนะของพระเจ้าเราจำเป็นต้องทูลขอต่อพระเจ้าให้ทรงทำงานผ่านองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อให้เราสัมผัสถึงพระเยซูองค์เที่ยงแท้ที่ประทับอยู่ในชีวิตของเราในขณะที่เราคิดใคร่ครวญถึงสาระของพระคัมภีร์ในแต่ละบทแต่ละตอน

ขอให้พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางการอ่านพระคัมภีร์ในแต่ละวันของคุณและขอให้พระองค์ทรงเป็นศูนย์กลางชีวิตคุณตลอดไป!
 
บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 159
เชื่อและฟังคำ
เรามักมีความฝังใจว่าการดำเนินชีวิตในความเชื่อพระเจ้าไม่เชื่อเรื่องยากแต่พระคัมภีร์ย้ำเตือนเราอย่างต่อเนื่องว่าการเป็นสาวกของพระคริสต์นั้นต้องแลกกับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเราและการดำเนินชีวิตที่เชื่อฟังพระเจ้าก็ใช่ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายนักเราต้องต่อสู้ดิ้นรนฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการเพื่อปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้าด้วยความเชื่อฟังทั้งๆที่ในความจริงแล้วเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราอยากทำเสียด้วยซ้ำ
เราพอจะจินตนาการได้ว่าอับราฮัมต้องแลกกับสิ่งที่มีค่ายิ่งในชีวิตเพื่อเชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้าพระคัมภีร์ในบริบทนี้บอกเราว่าหลังจากอับราฮัมรับพระบัญชาของพระเจ้าให้ถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชาอับราฮัมก็ได้ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่”(ปฐมกาล 22:3)เพื่อออกเดินทางไปยังดินแดนโมริยาห์ด้วยกันกับบุตรชายของเขาเราพอจะจินตนาการได้ว่าเขาคงข่มตานอนไม่หลับมาทั้งคืนเพราะภายในจิตใจของเขาคงเกิดการสู้อย่างหนักเพื่อจะเชื่อฟังพระเจ้าให้ได้หากคุณได้รับการท้าทายจากพระองค์โดยทรงบัญชาให้คุณเสียสละสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับคุณเพื่อพระองค์เจ้าคุณต้องคิดหนักนานแค่ไหน? และคุณจะยอมมอบถวายแด่พระองค์หรือไม่?
การอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ในสวนเกทเสมนี(มาระโก 14:32-42)เป็นอีกบริบทหนึ่งที่แสดงว่าเรายืนอยู่บนพื้นที่ที่บริสุทธิ์พระองค์ต้องเผชิญกับการถูกแยกจากพระเจ้าพระบิดาและต้องรับแบกบาปของมวลมนุษย์อย่างโดดเดี่ยวแต่พระเยซูคริสต์ทรงอธิษฐานว่า ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนผ่านข้าพเจ้าไปแต่อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ในขณะที่เปโตรและอัครสาวกคนอื่นๆพากันหลับอุตุพระองค์ทรงอธิษฐานด้วยพระทัยที่เป็นทุกข์ยิ่งนัก และในที่สุดพระองค์ทรงรับว่าไม่มีทางอื่นเลย
เราได้รับการย้ำเตือนว่าความคิดตามแนวของพระคัมภีร์นั้น การได้ยินก็คือการเชื่อฟังจงมีใจกล้าทูลขอให้พระเจ้าตรัสกับคุณและทรงช่วยคุณให้ทำในสิ่งที่พระองค์ทรงบอกแก่คุณไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม
หมายเหตุ:พระคัมภีร์ที่อ้างในหนังสือเล่มนี้มาจากพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน2011 เป็นหลัก
 
 
บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 158

ยุคไอทีหรือยุคข้อมูลข่าวสารอย่างโลกปัจจุบันนี้ คนเราเข้าถึงข่าวสารได้หลายช่องทางในเวลาอันรวดเร็ว เราสามารถรับรู้ข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีกซีกโลกหนึ่งได้ในชั่วเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ แต่หากเราไม่ระมัดระวังให้ดี เราอาจจะเสพข่าวสารมากจนสำลักข้อมูลเลยก็ได้ การดำเนินชีวิตคริสเตียนในโลกที่ไร้พรหมแดนเช่นนี้จึงไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย คริสเตียนเป็นจำนวนมากในปัจจุบันนี้มักตั้งคำถามกันว่าทำไมเราไม่ได้ยินพระเจ้าตรัสกับเราเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงเคยกระทำมาในอดีต ความจริงแล้ว พระเจ้าของเราก็ทรงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นอดีต ปัจจุบันหรือในอนาคต พระองค์ยังทรงทำงานอยู่ในชีวิตของเราแต่ละคน แต่เหตุที่เราไม่ได้ยินพระองค์ตรัสกับเรานั้นเป็นเพราะเสียงต่างๆตามกระแสของโลกเข้าครอบงำความคิดและจิตใจของเราจนไม่มีที่ว่างสำหรับสาระที่พระเจ้าทรงประสงค์จะสื่อมาถึงเรา

การรักษาความสมดุลของชีวิตคริสเตียนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เรามีภารกิจที่ต้องทำอยู่มากมายในชีวิต ประจำวัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องจัดเวลาเพื่อสงบนิ่งอยู่ตรงเบื้องพระพักตร์ของพระองค์ทุกๆวัน เป็นเวลาที่เราจะได้อยู่ใกล้ชิดพระองค์และสดับฟังพระองค์ตรัสกับเราผ่านทางการใคร่ครวญภาวนาพระวจนะของพระองค์ และในขณะเดียวกัน เราก็สามารถนำทุกเรื่องมาอธิษฐานทูลขอ ขอบพระคุณ และแสวงหาน้ำทัยของพระองค์ การเข้าเฝ้าพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอย่อมสร้างภูมิคุ้มกันความเชื่อของเราได้เป็นอย่างดี
ปีใหม่เป็นโอกาสดีที่เราจะเริ่มต้นใหม่ในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ ให้เราตั้งปณิธานว่า . .”ให้ท่านถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ที่มีชีวิต และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า . .. .เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม”(โรม 12:1, 2 ปลายข้อ)


บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 157

หากมีใครถามว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตคริสเตียนของเรา? ดิฉันเชื่อว่าคริสเตียนเราก็คงตอบว่าการอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ แต่ก็มีคริสเตียนอยู่ไม่น้อยที่เข้าใจว่าเมื่ออ่านพระคัมภีร์ครบทั้งเล่ม 1 รอบก็เพียงพอแล้วเพราะรู้เรื่องในพระคัมภีร์หมดแล้ว ความจริงแล้ว พระคัมภีร์เป็นหนังสือพิเศษที่พระเจ้าประทานให้แก่เราทั้งหลาย เป็นหนังสือที่มีชีวิตที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อตรัสกับคนทั้งหลายในทุกยุคทุกสมัย ดังนั้น หนังสือพิเศษเล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่อ่านไม่รู้จบ
พันธกิจการทำหนังสือคู่มือเฝ้าเดี่ยวของคริสตธรรมสัมพันธ์นั้นมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าอ่านและภาวนาพระวจนะของพระเจ้าทุกวัน ตามแผนการอ่านพระคัมภีร์ของคริสตธรรมสัมพันธ์นั้น คุณจะอ่านพระคัมภีร์จบทั้งเล่มภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งรอบนี้เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011-2013 แล้วเราก็จะวนขึ้นรอบใหม่เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

เราเริ่มต้นใช้พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 ในพลังประจำวันเล่มที่ 157 นี้ ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ฉบับใหม่ล่าสุดของสมาคมพระคริสตธรรมไทย คุณคงจะแปลกใจที่ในพระคัมภีร์ฉบับใหม่นี้ที่ในพระคัมภีร์เดิมจะเรียกพระนามของพระเจ้าว่า“พระยาห์เวห์” และไม่ใช้ “พระเยโฮวาห์”อีก พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 นี้มีสำนวนการแปลที่เข้าใจง่าย หน่วยมาตราชั่ง ตวง วัดโบราณก็ได้รับการแปลงเป็นระบบเมตริกที่เราทั้งหลายคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ แผนที่ในสมัยพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ซึ่งอยู่ท้ายเล่มก็พิมพ์เป็น 4 สีง่ายต่อการอ่านและการค้นหา หวังว่าคุณจะมีพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 ไว้ในครอบครองกันแล้ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐาน 2011 จะช่วยการภาวนาธรรมในแต่ละเช้าของคุณมีชีวิตชีวาและมีความเข้าใจที่กระจ่างชัดยิ่งขึ้น
 
 
บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 156
พิชิตการทนทุกข์

พลังประจำวันเล่มที่ 156 นี้มีประเด็นเกี่ยวกับการทนทุกข์อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโมเสสที่ต้องรับมือกับการบ่นต่อว่าของชนชาวอิสราเอล คริสตจักรในยุคแรกที่เผชิญกับการถูกข่มเหง เปาโลได้พูดว่าคนเราร้องคร่ำครวญอยู่ภายในอย่างไร หรือพระเยซูคริสต์เสด็จมุ่งหน้าไปยังกรุงเยรูซาเล็มและทรงพร้อมที่จะทนทุกข์แทนความผิดบาปของเราทั้งหลาย คนเราส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันนี้มีชีวิตที่สุขสบายและไม่ค่อยรู้ว่ายังมีผู้ที่เชื่อในพระเจ้าอยู่จำนวนไม่น้อยในบางประเทศที่ยังเผชิญกับการถูกข่มเหงเพราะเหตุแห่งความเชื่อในพระคริสต์ แล้วเราล่ะ? เรายินดีที่จะร่วมในการทนทุกข์ของพระคริสต์ในเวลานี้เพื่อว่าเราจะสามารถร่วมในพระสิริของพระองค์ในวันหนึ่งข้างหน้าหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นการทนต่อความน่าเบื่อของคนขี้บ่น หรือการบอกคนอื่นๆเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ทั้งๆที่รู้ว่าเขาจะต้องหัวเราะเยาะใส่เราเป็นแน่ การซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อพระเจ้าของเราต้องแลกกับความสูญเสียอันสูงค่ายิ่ง

เราขอบคุณพระเจ้าสำหรับชีวิตของจอห์น วิลคินสันที่ได้ไปอยู่กับพระเจ้าในขณะที่ต้นฉบับบทเฝ้าเดี่ยวของเขายังอยู่ระหว่างการตรวจทาน เราจะระลึกถึงจอห์นที่มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมให้โรคสมองส่วนควบคุมกล้ามเนื้อและความเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ทำงานมาหยุดยั้งเขาในการใช้ของประทานของเขาเพื่อรับใช้พระเจ้า เราเชื่อว่าคุณจะได้รับการหนุนใจและได้รับการท้าทายจากข้อเขียนของเขาที่เจาะลึกเข้าไปในสาระของพระธรรมโยบ จอห์นรู้ซึ้งถึงชีวิตที่ต้องทนทุกข์ได้เป็นอย่างดี และบัดนี้เขามีความชื่นชมยินดีกับบำเหน็จรางวัลที่เขาสมควรได้รับนั้นแล้ว


บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 155

ยินดีต้อนรับผู้อ่านเข้าสู่ปีใหม่ด้วยการพบกับพระเจ้าทางพระวจนะของพระองค์
เราจะเริ่มจากจดหมายที่เปาโลเขียนไปยังทิโมธีและทิตัส ผู้รับใช้พระเจ้าที่ยังหนุ่มแน่นและถูกส่งไปปรนนิบัติรับใช้ในคริสตจักรที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน สิ่งที่เปาโลแนะนำและหนุนใจทิโมธีและทิตัสก็ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้รับใช้และผู้นำคริสตจักรในยุคนี้อยู่ ดาเนียลและเพื่อนทั้ง 3 คนซึ่งเป็นคนหนุ่มที่เชื่อศรัทธาในองค์พระผู้เป็นเจ้า แต่ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนในฐานะเชลย การยึดมั่นอยู่ในพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ท่ามกลางผู้คนที่กราบไหว้พระเทียมเท็จจึงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ง่ายเลย ความเชื่อและการอุทิศตนแด่พระเจ้าของเขาท้าทายเราที่ดำรงชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 21 นี้เป็นอย่างยิ่ง แล้วเราก็ย้อนกลับมายังพระธรรมปฐมกาลซึ่งเป็นพระธรรมเล่มแรกในพระคัมภีร์เดิม เราพบกับอาดัมและเอวาและจะเห็นว่าเชื้อร้ายแห่งความบาปนั้นเริ่มต้นได้อย่างไร ในอีกด้านหนึ่งนั้เน เราก็จะเห็นพระเจ้าพระผู้สร้างทรงจัดสรรประทานให้แก่ชีวิตของเราอย่างอเนกอนันต์ พระธรรมปฐมกาลเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าทรงปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ดังเราจะเห็นได้จากเรื่องราวของโนอาห์และครอบครัวของเขาซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะดำรงอยู่อย่างสัตย์ซื่อกับพระเจ้า แต่บางครั้งก็ผิดพลาดได้เช่นกัน
ความผิดบาปติดอยู่ในชาติพันธุ์มนุษย์มาตลอดประวัติศาสตร์ สรรเสริญพระเจ้าที่พระองค์ได้ทรงเข้ามาในโลกนี้ และทรงเข้ามาในชีวิตของเราทั้งหลายทางพระเยซูคริสต์ ในหนังสือพระกิตติคุณลูกา เราเห็นข่าวดีในภาคปฏิบัติเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จไปยังผู้ที่ต่ำต้อยทางสังคม
บนเส้นทางชีวิตที่คุณจะเดินไปในปี ค.ศ. 2011 นั้นมีทั้งความหวังและการต่อสู้ดิ้นรนนานาประการ คุณมีความกระตือรือร้นที่จะเจริญขึ้นในความเชื่อและในสัมพันธภาพของคุณกับพระเจ้าหรือไม่?
 
 
บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 154

พลังประจำวันเล่มนี้จะนำคุณไปสู่การใคร่ครวญภาวนาพระวจนะของพระเจ้าที่เต็มไปด้วยสาระน่าตื่นเต้น ชวนติดตาม และท้าทายความเชื่อของคุณในปัจจุบัน

เนื้อหาในเล่มประกอบด้วยพระธรรมวิวรณ์ที่คุณต้องใช้จินตนาการในการพินิจพิจารณาถึงนิมิตที่อยู่ในอีกมิติหนึ่ง คุณจะได้รับการท้าทายให้ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อพร้อมจะต้อนรับการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ในสดุดี 78: 72 กษัตริย์ดาวิด”ทรงเลี้ยงดูเขาทั้งหลาย(ประชากรของพระเจ้า)ด้วยใจซื่อสัตย์สุจริต และด้วยมืออันเชี่ยวชาญ(ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)” การอุทิศถวายแด่พระเจ้าของกษัตริย์ดาวิดนั้นประสานกันเป็นอย่างดีกับความสามารถในระดับมืออาชีพของพระองค์ ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของหนังสือพลังประจำที่มุ่งหวังจะหนุนใจคุณในการใคร่ครวญภาวนาธรรมกับพระเจ้าในระดับลึกและนำสิ่งที่เรียนรู้จากพระวจนะนั้นมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อใคร่ครวญภาวนาในพระธรรม 1 ซามูเอล ให้คุณคิดไตร่ตรองดูว่าดาวิดเป็นคนอย่างไรจนพระเจ้าได้ตรัสถึงเขาว่าเขาเป็นคนที่พระองค์”. . .ทรงชอบพระทัยยิ่งนัก”(1ซามูเอล13:14) อธิษฐานที่คุณจะเป็นเหมือนดาวิดในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ในยุคของเรา(กิจการ 13:22,36)
ปิดท้ายด้วยการคิดใคร่ครวญถึงการประสูติของพระเยซูคริสต์ในพระธรรมมัทธิว คุณจะได้พิจารณาถึงการสืบเชื้อสายในราชวงศ์กษัตริย์ของพระองค์ ความสัมพันธ์ฉันญาติระหว่างพระองค์กับยอห์นผู้ให้บัพติศมา การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหม่ของพระองค์

การเข้าเฝ้าพระเจ้าของคุณที่ผ่านมาเป็นอย่างไร คุณพอจะพูดได้หรือไม่ว่า “พระเจ้าทรงเป็นส่วนของข้าพระองค์ ข้าพระองค์สัญญาที่จะปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์”(สดุดี 119:57)
 
 
บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 153

มนุษย์เราได้ทำการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับอวกาศมาได้พักใหญ่แล้ว บางประเทศได้ส่งยานอวกาศขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์และดาวพระเคราะห์บางดวงมาแล้ว แต่ความสนใจเรื่องการสำรวจอวกาศนี้ได้แผ่วลงมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อปีที่แล้วได้มีการฉลองครบรอบ 40 ปีของยานอพอลโลที่ขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ส่งผลให้เกิดคลื่นลูกใหม่ในการสำรวจทางอวกาศขึ้นอีก อเมริกาพูดถึงการกลับไปสำรวจดวงจันทร์กันอีก และเป็นไปได้ว่านักบินอวกาศชาวอเมริกันจะบินเป็นระยะทาง 172 ล้านไมล์เพื่อไปสำรวจดาวอังคารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ฝ่ายประเทศจีนก็วางแผนว่าจะนำยานอวกาศไปจอดที่ดวงจันทร์ในปี คศ.2020 ส่วนประเทศรัสเซียก็จะเพิ่มศักยภาพทางการสำรวจอวกาศให้สูงขึ้น ประเทศอินเดียและญี่ปุ่นก็มีความใฝ่ฝันที่จะบินไปสำรวจดวงจันทร์ด้วยเช่นกัน

หัวข้อเกี่ยวกับ”สวรรค์”ก็ดูเหมือนจะคล้ายๆการเดินทางสำรวจอวกาศที่หลุดหายไปจากความสนใจของคริสเตียนไป “สวรรค์”เป็นเนื้อหาหลักของบทเพลงต่างๆที่ทาสผิวดำในอเมริกาที่ทำงานอยู่ในไร่ฝ้ายได้แต่งขึ้น ทั้งนี้เพราะพวกเขามีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายจนสุดทน การดำเนินชีวิตแต่ละวันอย่างสิ้นหวังทำให้เขาถวิลหวังที่จะไปสวรรค์โดยเชื่อว่าการได้อยู่ในสวรรค์ก็จะมีความสุขอย่างที่สุด

คริสเตียนเรามักพูดอยู่เสมอว่าสวรรค์คือเมืองที่ประเสริฐกว่า(ฮีบรู11:16) แต่เรากลับไม่ได้ใช้เวลาในการเตรียมตัวเพื่อไปอยู่สวรรค์กัน หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้คิดถึงอนาคตอันนิรันดร์ที่เราจะได้ไปพบกับพระเจ้า แต่ในประวัติศาสตร์คริสตจักรไม่เป็นเช่นนั้น พระเยซูคริสต์ทรงกล่าวแก่เหล่าอัครสาวกว่าพระองค์ได้ทรงเตรียมที่ในพระนิเวศของพระบิดาไว้สำหรับผู้เชื่อทุกคน (ยอห์น 14:2-3) เปาโลก็เขียนว่า””จงแสวงหาสิ่งซึ่งอยู่เบื้องบน .. จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน(โคโลสี 3:1-2) ซี เอส เลวิส ได้กล่าวว่าเหตุผลหนึ่งที่คริสเตียนเรามีชีวิตที่”ไม่มีประสิทธิภาพ”ในโลกนี้ก็คือเราหยุดคิดเกี่ยวโลกหน้าที่เราจะไปนั้น

ดังนั้น เราควรกล่าวว่า” อาเมน โปรดเสด็จมาเถิด พระเยซูคริสต์เจ้าข้า”


บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 152

พลังประจำวันเล่มที่ 152 เป็นเล่มที่ 4 แล้วที่เราได้จัดหัวข้อพระคัมภ์สำหรับอ่านในวันสุดสัปดาห์แยกออกไป ถึงแม้ผู้อ่านบางท่านอาจจะอ่านพระคัมภีร์ที่อ่านในระหว่างสัปดาห์ไม่ต่อเนื่อง แต่ดิฉันก็หวังว่าคุณจะเห็นคุณค่าของการอ่านสาระจากพระคัมภีร์อีกเล่มหนึ่งในวันเสาร์ซึ่งเป็นการสรุปเนื้อหาสาระของพระคัมภีร์ที่อ่านมาทั้งสัปดาห์ และสาระจากพระธรรมสดุดีที่อ่านกันในวันอาทิตย์ก็มีความเกี่ยวเนื่องกับสาระทั้งหมดที่อ่านในแต่ละสัปดาห์ จุดมุ่งหมายที่จัดตารางการอ่านพระคัมภีร์เช่นนี้ก็เพื่อจะให้คุณได้เห็นถึงความเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันระหว่างพระคัมภีร์แต่ละเล่ม ซึ่งมีความสำคัญต่อการเข้าใจถึงเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่บอกเล่าอยู่ในพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่ม

ในหนังสือพลังประจำวันเล่มนี้ เราจะมองเห็นและเข้าใจอย่างกระจ่างชัดถึงแผนการแห่งความรอดของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจของโยเซฟถึงบทบาทของเขาที่อยู่ในพระประสงค์ของพระเจ้าในพระธรรมปฐมกาล หรือคำสั่งสอนสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อเหล่าอัครสาวกของพระองค์ในยอห์นบทที่ 13-17 หรือแนวความคิดของเปาโลที่อธิบายถึงความสำคัญของคริสตจักรแก่พี่น้องคริสเตียนในเมืองเอเฟซัส นอกจากนี้ เรายังจะเข้าใจถึงสาระของพระธรรมโยเอล มาลาคีและ2 โครินธ์บทที่ 10-13 ได้ดียิ่งขึ้น

ดิฉันเชื่อว่าบนเส้นทางชีวิตแห่งความเชื่อที่คุณจะเดินต่อไปในปี ค.ศ. 2010 นี้ คุณไม่เพียงแต่จะมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับองค์พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้นเท่านั้น แต่ความเชื่อของคุณจะได้รับการพัฒนาไปสู่ความไพบูลย์ของพระเยซูคริสต์ด้วย


บทบรรณาธิการฉบับที่ 151
 
บทเฝ้าเดี่ยวในพลังประจำวันฉบับที่ 151 นี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ บุคคลในพระคัมภีร์ 3 คนด้วยกัน นั่นคือ ยาโคบ เปโตรและเปาโล ยาโคบเป็นนักวางอุบายที่มีความช่ำชองในการใช้คนอื่นเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง เขาไม่มีลักษณะของคนที่คุณหรือดิฉันจะเลือกให้เป็นบรรพบุรุษของชนชาติของพระเจ้าเลย เปโตรนั้นทุกครั้งที่เขาเปิดปากพูด เหมือนเขาเอาเท้าไปใส่ไว้ที่ปากแทน เขาทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าผิดหวังเสียพระทัยครั้งใหญ่มาแล้ว เขาก็ไม่ใช่คนที่เราจะเลือกให้เป็นผู้นำในคริสตจักร ส่วนเปาโลที่ได้เดินทางไปตามเมืองต่างๆเพื่อจับคนทั้งหลายที่เชื่อในพระเยซูริสต์ไปเข้าคุกและตีตรวน เขาก็ไม่ใช่คนที่เราจะเลือกให้เป็นครูคนสำคัญเพื่อสอนอยู่ในคริสตจักร

แต่วิถีทางของพระเจ้าไม่เหมือนกับของเรา สิ่งที่เราเรียนรู้จากบุรุษทั้ง 3 ท่านนี้ก็คือโดยพระคุณของพระเจ้า พระองค์ทรงยินดีที่จะทำงานอยู่ในคนที่มีบุคลิกลักษณะที่ดูเหมือนใช้ไม่ได้เหล่านี้ และพระองค์ได้ทรงทำงานของพระองค์ผ่านทางชีวิตของเขาเหล่านั้น นับว่าเป็นสิ่งที่หนุนใจเราเป็นอย่างยิ่ง

ขอให้เราใช้เวลาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้ใคร่ครวญภาวนาถึงการมาเสด็จมาบังเกิดของพระเยซูคริสต์อย่างเปิดใจต่อองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อพระองค์จะทรงสำแดงให้คุณมีความเข้าใจที่สดใหม่เกี่ยวกับแผนการช่วยให้รอดของพระเจ้าที่ทรงกระทำผ่านทางพระบุตรของพระองค์ 

บทบรรณาธิการ ฉบับที่ 150

หนังสือพลังประจำวันฉบับที่ 150 (พฤษภาคม – สิงหาคม ค.ศ. 2009) นี้ได้มีการปรับปรุงเนื้อหา เพื่อให้การเฝ้าเดี่ยวของคุณในแต่ละวัน จะเป็นการเติมพลังให้คุณสามารถดำเนินชีวิต อย่างคนรู้ใจของพระเจ้า วันเสาร์และวันอาทิตย์ คุณจะได้อ่านข้อตอนพระคัมภีร์ที่สนับสนุนหัวข้อหลัก ตามที่ได้เฝ้าเดี่ยวกันมาตลอดทั้ง 5 วัน และการอ่านพระธรรมสดุดีในวันอาทิตย์ จะช่วยเตรียมจิตใจคุณ ให้พร้อมที่จะนมัสการพระองค์อย่างมีชีวิตชีวา จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือพลังประจำวันเล่มนี้ จะช่วยให้การอ่านพระคัมภีร์ประจำวัน เป็นเวลาที่คุณรอคอยอยู่ทุกๆวัน
พลังประจำวันเล่มนี้ คุณจะได้พบกับอับราฮัม ผู้ซึ่งเป็นแบบอย่างของคนที่เดินทางออกจากบ้าน ไปตามการทรงเรียกของพระเจ้า เขาเลือกที่จะเดินทางไปกับพระเจ้า โดยไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางที่จะไปนั้น เป็นที่ไหน (ฮีบรู 11:8) เขาเดินทางตลอดทั้งชีวิตด้วยความเชื่อ และผ่านประสบการณ์ต่างๆมาอย่างโชกโชน ซึ่งมีทั้งขึ้นและลง มีสิ่งที่ท้าทายและมีทั้งความล้มเหลว และเขาก็ได้กลายเป็นสหายสนิทของพระเจ้า เมื่อไม่นานมานี้ มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ตัดสินใจลาออกจากงาน ขายบ้าน และออกเดินทางไปด้วยรถคาราวาน เพื่อแสวงหาว่า พระเจ้าทรงมีสิ่งใดให้เขาทำต่อจากนี้ไป นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายมากทีเดียว

พระเจ้าทรงแสวงหาการเชื่อวางใจ และการเชื่อฟังพระองค์จากเรา ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน หรือกำลังทำอะไร จงยกให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเรา



บทบรรณาธิการ พลังประจำวัน ฉบับที่ 149 (มกราคม - เมษายน 2009)

เริ่มต้นใหม่
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าปี 2008 ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เป็นอีกปีหนึ่งที่จะอยู่ในความทรงจำของเราไปอีกนาน นับตั้งแต่ต้นปีไปจนถึงสิ้นปี มีเหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้นทั่วโลก เช่น ภัยธรรมชาติทั้งพายุหิมะและแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศจีน พายุโซนร้อนนากีสที่ประเทศพม่า อุทกภัยที่สหรัฐอเมริกา และอีกหลายๆประเทศทั่วโลก โอลิมปิกเกมส์ที่ปักกิ่งผ่านไปได้ไม่นาน ก็มีข่าวสะเทือนใจคริสเตียนทั้งโลกที่พี่น้องคริสเตียนรวมทั้งผู้รับใช้พระเจ้าที่ประเทศอินเดียตอนใต้ถูกฆ่าตาย และคริสตจักรหลายแห่งถูกเผาโดยกลุ่มฮินดูหัวรุนแรง นอกจากนี้ ก็ยังมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ประเทศ ดี.อาร์คองโก ประเทศซิมบัพเว ข่าวการก่อการร้ายที่นครมุมใบ ประเทศอินเดียก็เป็นที่สะเทือนขวัญไปทั่วโลกเช่นกัน ก่อนจะสิ้นปีข่าวร้ายเกี่ยวกับเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกาก็ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ และภัยของโรคแฮมเบอเกอร์ดีซีสก็ได้แพร่กระทบเศรษฐกิจของอีกหลายๆประเทศ เราทั้งหลายที่อยู่ในประเทศไทยก็ได้รับความกดดันด้วยปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่อย่าให้เราหวั่นไหวกับความเป็นไปของโลกนี้ อย่าให้เราดำรงชีวิตอยู่อย่างคนที่ไม่รู้จักพระเจ้า การมีชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้าด้วยการเข้าเฝ้าพระองค์เป็นประจำทุกวันจะนำคุณให้ได้รับกำลังใจ กำลังความเชื่อและกำลังสติปัญญาจากพระองค์เพื่อฟันฝ่ากับอุปสรรคปัญหาต่างๆ ดิฉันเชื่อว่าพระคัมภีร์แต่ละบทแต่ละตอนที่อ่านเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้เราได้สัมผัสถึงประสบการณ์ของผู้เชื่อทั้งหลายที่จะเป็นอุทาหรณ์แก่เราเป็นอย่างดี นอกจากนี้ เรายังจะสัมผัสถึงฤทธิ์อำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ทรงช่วยกู้ในทุกๆสถานการณ์ที่ผ่านมาในอดีต และพระเจ้าพระองค์เดียวกันนี้ก็ยังทรงทำงานของพระองค์อยู่ท่ามกลางเราในปัจจุบันนี้

ขอพระเจ้าทรงนำพาให้คุณได้สัมผัสถึงพระพรอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ตลอดปีใหม่นี้


บทบรรณาธิการ พลังประจำวัน ฉบับที่ 148 (กันยายน - ธันวาคม ค.ศ. 2008)

            ชีวิตของเราต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา พลังประจำวันเล่มนี้จึงพาคุณเดินทางต่อไปกับพระเจ้า เราเริ่มจากอพยพโดยร่วมไปกับชนชาวอิสราเอลที่ออกจากอียิปต์ มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบากอย่างแสนสาหัสเมื่อพระเจ้าทรงนำพวกเขาผ่านถิ่นทุรกันดารเพื่อไปยังแผ่นดินพันธสัญญา แต่ทั้งๆที่พวกเขาต้องทนทุกข์นานาประการและพากันบ่นต่อว่าไปแทบทุกเรื่อง แต่โดยพระคุณของพระเจ้าพวกเขาก็รอดชีวิตมาได้ ในพระกิตติคุณลูกา เราพบว่าเราอยู่กับพระเยซูคริสต์บนถนนที่มุ่งไปยังกรุงเยรูซาเล็ม เป็นการเดินทางที่เราเรียนรู้กับการเสียสละอย่างสูงค่ายิ่งในการเป็นสาวกของพระองค์ และเราเผชิญกับเหตุการณ์โกลาหลต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน บทเพลงสดุดี นำไปสู่การเผชิญกับความสิ้นหวังอย่างสุดๆของดาวิด แต่เราก็พบถ้อยคำแห่งความหวังที่เปรียบเสมือน”แสงดาวส่องประกายระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้าอันมืดมิด” ถึงแม้มนุษย์เราจะทำความผิดบาปและล้มเหลวในชีวิต แต่พระเจ้าทรงพร้อมที่จะประทานอภัยโทษให้แก่เราและทรงนำเราให้ฟื้นคืนสู่สภาพที่ดีกับพระองค์ได้อีก ขอให้คุณได้สัมผัสถึงการทรงสถิตอยู่ของพระเจ้าในทุกๆวันที่คุณเดินไปกับพระองค์

 

บทบรรณาธิการ พลังประจำวันฉบับที่ ๑๖๕ (พฤษภาคม-สิงหาคม)
          คุณมักจะโดดเด่นอย่างท่ามกลางผู้คน หรือชอบทำตัวกลมกลืนกับกระดาษปิดฝาผนังมาตลอดทั้งชีวิต? หากพูดอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาก็ต้องยอมรับว่าพวกเราส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่สองเสียมากกว่า เพียงเพราะว่าเราไม่อยากทำตัวแตกต่างจากคนหมู่มาก และแน่นอนที่เราไม่ต้องการยืนโดดเด่นอยู่คนเดียวจนคนทั้งหลายพะยี่ห้อว่าเราเป็นพวกหัวรุนแรงหรือสุดโต่ง
          เราอยู่ในโลกเพื่อทำสิ่งที่ท้าทายชีวิตเมื่อเร็วๆนี้ได้อ่านพบบทความของชายหนุ่มคนหนึ่งที่บรรยายถึงตัวเขาเองว่าเขาเดินทางออกจากบ้านอันแสนอบอุ่นสุขสบายในประเทศอังกฤษไปดำเนินชีวิตที่แตกต่าง(และอันตราย)อย่างสุดโต่งเพื่อรับใช้พระเจ้าที่ประเทศบูรุนดีในแอฟริกา ในพลังประจำวันฉบับนี้ คำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ในหนังสือกิตติคุณมัทธิวเรียกเราทั้งหลายให้“ดำเนินชีวิตแบบพลิกโลก” นอกจากนี้ 1 โครินธ์ยังยืนยันว่าเราต้องดำเนินอยู่ในทางที่บริสุทธิ์ของพระเจ้า ส่วนหนังสือเยเรมีย์ก็กระตุ้นให้บรรดาประชากรของพระเจ้ายืนหยัดต่อต้านคอร์รัปชั่น และสุดท้าย เปาโลเป็นแบบอย่างของคนที่“ชีวิตนี้อยู่เพื่อพระคริสต์” ซึ่งท้าทายเราทั้งหลายให้กล้าที่จะดำรงอยู่อย่างคนที่เป็นสาวกของพระคริสต์ แม้จะต้องมีชีวิตที่แตกต่างจากผู้คนที่อยู่รอบข้างก็ตาม
          ให้เราคิดพิจารณาถึงความมุ่งมั่นของเราต่อพระคริสต์ จงเดินต่อไปสู่ก้าวใหม่ๆ ของความเชื่อ ใช่เลย ให้เราดำรงชีวิตที่สุดโต่งมากกว่านี้ มันอาจจะไม่ง่ายนัก หรือสุขสบายนัก แต่ถ้าคุณทำได้ พระเจ้าจะทรงยินดีในพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

 

 บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ พลังประจำวัน ฉบับที่ 170 (มกราคม-เมษายน)

สวัสดีปีใหม่ค่ะ  ขอพระเจ้าอวยพรและให้พระพระวจนะของพระองค์มาถึงคุณในวันนี้และทุกๆ วันตลอดชีวิตของคุณ เพื่อเราจะได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในจิตใจ(สดุดี 119:11) ที่จะช่วยเราทุกคนให้เติบโตขึ้นในด้านความเชื่อ มีความรู้พระคัมภีร์ดีขึ้น และช่วยเราเป็นพยานต่อผู้อื่น

4 ปีที่ผ่านมา (2012-2015) ถ้าเราได้อ่านพลังประจำวันมาอย่างต่อเนื่องและคาบเกี่ยวมาถึงฉบับนี้ แสดงว่าเราได้อ่านพระคัมภีร์มาอย่างเป็นระบบจบเล่มทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและภาคพันธสัญญาใหม่ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ทำสำเร็จมาอีกหนึ่งรอบ เพราะเป็นความตั้งใจของคริสเตียนทุกคนที่พยายามจะอ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่ม ไม่ว่าเราจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจมากน้อยเพียงไร เชื่อว่าด้วยความตั้งใจและความมีวินัยในการเฝ้าเดี่ยวของเราและการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราได้พัฒนาสัมพันธภาพของเรากับพระเจ้าและเข้าใจในน้ำพระทัยของพระองค์ดียิ่งๆขึ้น พลังประจำวันเป็นคู่มือและเครื่องมือที่จะช่วยคุณในการเฝ้าเดี่ยวหรือในการศึกษาพระคัมภีร์ในกลุ่มย่อย โดยมีจุดประสงค์ที่จะหนุนนำให้คุณได้สดับฟังพระเจ้าในขณะที่คุณอ่านพระคัมภีร์ โดยใคร่ครวญถึงคำถามที่คุณมักจะมีว่า “พระคัมภีร์ข้อนี้ สัมพันธ์กับชีวิตฉันในวันนี้อย่างไร? พระคัมภีร์บริบทนี้ จะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร?

 

พลังประจำวันฉบับที่ 170 (มกราคม – เมษายน 2016)
บทบรรณาธิการ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ  ขอพระเจ้าอวยพรและให้พระพระวจนะของพระองค์มาถึงคุณในวันนี้และทุกๆ วันตลอดชีวิตของคุณ เพื่อเราจะได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในจิตใจ(สดุดี 119:11) ที่จะช่วยเราทุกคนให้เติบโตขึ้นในด้านความเชื่อ มีความรู้พระคัมภีร์ดีขึ้น และช่วยเราเป็นพยานต่อผู้อื่น

4 ปีที่ผ่านมา (2012-2015) ถ้าเราได้อ่านพลังประจำวันมาอย่างต่อเนื่องและคาบเกี่ยวมาถึงฉบับนี้ แสดงว่าเราได้อ่านพระคัมภีร์มาอย่างเป็นระบบจบเล่มทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและภาคพันธสัญญาใหม่ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ทำสำเร็จมาอีกหนึ่งรอบ เพราะเป็นความตั้งใจของคริสเตียนทุกคนที่พยายามจะอ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่ม ไม่ว่าเราจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจมากน้อยเพียงไร เชื่อว่าด้วยความตั้งใจและความมีวินัยในการเฝ้าเดี่ยวของเราและการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราได้พัฒนาสัมพันธภาพของเรากับพระเจ้าและเข้าใจในน้ำพระทัยของพระองค์ดียิ่งๆขึ้น พลังประจำวันเป็นคู่มือและเครื่องมือที่จะช่วยคุณในการเฝ้าเดี่ยวหรือในการศึกษาพระคัมภีร์ในกลุ่มย่อย โดยมีจุดประสงค์ที่จะหนุนนำให้คุณได้สดับฟังพระเจ้าในขณะที่คุณอ่านพระคัมภีร์ โดยใคร่ครวญถึงคำถามที่คุณมักจะมีว่า “พระคัมภีร์ข้อนี้ สัมพันธ์กับชีวิตฉันในวันนี้อย่างไร? พระคัมภีร์บริบทนี้ จะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร?
ในฉบับนี้ เราขอบคุณพระเจ้าที่ได้ผู้เขียนอิสระใหม่คือ ผป.เกรียงศักดิ์ บุญเสริมสุวงศ์ เราจะติดตามอ่านได้ในช่วงสัปดาห์
11-16 เมษายน สำหรับบรรยากาศปีใหม่ไทยและการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์
จากการอ่านพระธรรมเอสรา ฮักกัย เศคาริยาห์และมาลาคี เราจะเห็นภาพการกลับจากการเป็นเชลย การบูรณะพระวิหาร การบัญชาให้สร้างพระวิหารขึ้นใหม่ การฟื้นฟูบูรณะกรุงเยรูซาเล็ม การพิพากษา และพยากรณ์ถึงการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ที่ผู้คนคาดหวังรอคอย ฯลฯ เป็นเรื่องที่ท้าทายให้เราคิดถึงว่า อะไรคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เราทำ และอะไรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในชีวิตของเรา
?
นอกจากนี้ เราจะได้อ่านบทส่งท้ายของพระคัมภีร์ทั้งเล่มในพระธรรมวิวรณ์ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ความหวังกับผู้เชื่อ... การรู้จุดหมายปลายทางของชีวิตจะช่วยให้เราเข้าใจโลกทุกวันนี้...และช่วยให้เราเข้าใจว่า เราจะดำเนินชีวิตด้วยความเชื่ออย่างไรในวันนี้
“พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้าและเป็นประโยชน์ในการสอนการตักเตือนว่ากล่าวการแก้ไขสิ่งผิดและการอบรมในความชอบธรรม  เพื่อคนของพระเจ้าจะมีความสามารถและพรักพร้อมเพื่อการดีทุกอย่าง”  (2 ทิโมธี 3:16-17)
 
 






Copyright © 2010 All Rights Reserved.